เปรียบเทียบ iPad Air 5 (M1) กับ Air 6 (M2) รุ่นไหนคุ้มกว่า ?
Ufriend สรุปให้
เปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 พบว่าความต่างหลักอยู่ที่ชิปประมวลผล Air 6 อัปเกรดมาใช้ชิป M2 สเปกแรงกว่าชิป M1 ใน Air 5 ช่วยให้สลับแอปไปมาลื่นไหลไม่มีสะดุด
กล้องหน้าของ iPad Air 6 ย้ายมาอยู่ตำแหน่งแนวนอน ช่วยให้วิดีโอคอลคุยงานหรือประชุมออนไลน์ดูเป็นธรรมชาติ จัดมุมกล้องง่ายกว่า Air 5 ตอนกล้องยังอยู่แนวตั้ง
iPad Air 6 อัปเกรดรองรับ Apple Pencil Pro มาพร้อมฟังก์ชันบีบและระบบสั่นตอบสนอง แถมมีหน้าจอขนาดใหญ่ 13 นิ้วเพิ่มเข้ามาให้ใช้งานได้เต็มที่
สำหรับคนที่อยากได้ความจุเริ่มต้นมากไว้เก็บไฟล์และรูปภาพแบบไม่ต้องคอยลบข้อมูลทิ้งบ่อย ๆ iPad Air 6 ให้ความจุเริ่มต้นเพิ่มขึ้นเป็น 128GB ใช้งานระยะยาวได้สบายกว่าเดิม
จะซื้อแท็บเล็ตเครื่องใหม่ทั้งที การเปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 ทำเอาวัยทำงานและคนที่อยากได้สเปกคุ้มราคาพากันสับสนไม่เบา หลายคนแอบลังเลระหว่างรุ่นก่อนหน้าหลังราคาเริ่มปรับลง กับรุ่นอัปเกรดใหม่ย้ายตำแหน่งกล้องหน้าแถมขยับความจุเริ่มต้นให้ใช้งานได้นาน
บทความนี้จาก Ufriend จะพาไปดูภาพรวมความต่างจากการใช้งานจริง เพื่อช่วยให้ตัดสินใจเลือกสเปกและขนาดหน้าจอเข้ากับไลฟ์สไตล์สายจดบันทึกหรือวิดีโอคอลประชุมงานได้เหมาะกับการใช้งาน
เปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 ด้านประสิทธิภาพและชิปประมวลผล
เปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 เรื่องขุมพลังจะเห็นชัดเลยว่าชิป M2 แรงกว่าชิป M1 อัปเกรด CPU ไวขึ้น 18% และ GPU แรงขึ้นถึง 35% สายทำงานกราฟิก ตัดต่อวิดีโอ หรือเล่นเกมกราฟิกสูงก็ลื่นไหลไม่มีสะดุด
ระบบมัลติทาสก์บนชิป M2 ทำงานไวขึ้นด้วยแบนด์วิดท์หน่วยความจำกว้างถึง 100 GB/s ฝั่งชิป M1 ยังคงรับมือกับการเรียน ทำเอกสาร และแต่งรูปทั่วไปได้สบาย แถมกินพลังงานน้อยด้วย
อัปเกรด Neural Engine ในชิป M2 ช่วยเรนเดอร์เอฟเฟกต์และแต่งภาพด้วย AI บนแอป Lightroom ไวขึ้นถึง 40% เข้ากับไลฟ์สไตล์สายครีเอเตอร์ยุคใหม่อย่างเต็มที่
ความเร็ว CPU iPad Air 5 (M1) เป็น 8-core มาตรฐาน ส่วน iPad Air 6 (M2) เร็วขึ้น 18%
ความแรง GPU iPad Air 5 เป็น GPU 8-core ส่วน iPad Air 6 เป็น 9-core เร็วขึ้น 35%
แบนด์วิดท์หน่วยความจำ iPad Air 5 อยู่ราว 68 GB/s ส่วน iPad Air 6 อยู่ที่ 100 GB/s
ระบบ Neural Engine iPad Air 5 เป็น 16-core ดั้งเดิม ส่วน iPad Air 6 ประมวลผลเร็วขึ้น 40%
เปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 ในด้านดีไซน์ หน้าจอ และกล้องหน้า
แค่ลองเปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 จะเห็นเลยว่ารุ่นใหม่ปรับตำแหน่งกล้องหน้าและมีขนาดหน้าจอให้เลือกเพิ่มขึ้น ส่วนวัสดุตัวเครื่องกับเทคโนโลยีหน้าจอแสดงผลยังคงมาตรฐานสวยคมชัดน่าใช้งานเหมือนเดิม
การปรับสเปกรอบนี้ช่วยให้ใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกสบายขึ้นมาก เหมาะกับกลุ่มคนทำงานและวัยเรียนสายออนไลน์
ตัวเครื่องทั้งสองรุ่นยังมีระบบปลดล็อกความปลอดภัย Touch ID ตรงปุ่มเพาเวอร์ด้านบน แถมใช้พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C เสียบชาร์จไฟและโอนถ่ายข้อมูลสปีดแรงได้ลื่นไหลเหมือนกัน
ดีไซน์ภายนอก ทั้งคู่เป็นบอดี้อะลูมิเนียม โดย iPad Air 5 มี 5 สีให้เลือก ส่วน iPad Air 6 มี 4 สี
ตัวเลือกขนาดหน้าจอ iPad Air 5 มีขนาด 10.9 นิ้วขนาดเดียว ส่วน iPad Air 6 มี 2 ขนาดให้เลือกตามการใช้งาน
ตำแหน่งกล้องหน้า iPad Air 5 อยู่ขอบด้านบนเมื่อจับเครื่องแนวตั้ง ส่วน iPad Air 6 ย้ายมาขอบด้านข้างเมื่อจับเครื่องแนวนอน
ความแตกต่างของขนาดหน้าจอ 11 นิ้ว และ 13 นิ้ว
ขนาดหน้าจอ 11 นิ้วเน้นพกพาง่าย ถือใช้งานมือเดียวสะดวก ส่วนขนาดใหญ่ 13 นิ้วเน้นพื้นที่ใช้งานกว้าง เปิดหลายแอปแบ่งหน้าจอพร้อมกันได้ลื่นไหล คนกำลังเปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 จะเห็นเลยว่ารุ่นเก่าแบบ Air 5 มีแค่ขนาด 10.9 นิ้ว ฝั่ง Air 6 มีขนาด 13 นิ้วเพิ่มเข้ามาให้ทำงานกันได้ยืดหยุ่นกว่าเดิม
การเลือกขนาดให้เข้ามือต้องดูตามไลฟ์สไตล์ใช้งานจริงแต่ละวัน ใครอยากได้แท็บเล็ตใส่กระเป๋าสะพายใบเล็กแบบพอดี พกไปจดสรุปงานในคาเฟ่ หน้าจอ 11 นิ้วเข้าทางมาก แต่ถ้าต้องเปิดโปรแกรมบัญชีคู่กับหน้าเว็บเช็กสต็อกสินค้าหลังบ้าน หน้าจอ 13 นิ้วช่วยลดการซูมเข้าซูมออก ทำงานต่อเนื่องได้สะดวกขึ้นเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน
หน้าจอ 11 นิ้ว จุดเด่นคือพกพาง่าย ถืออ่านเอกสารสะดวก น้ำหนักเฉลี่ย 462 กรัม เหมาะกับผู้ที่เดินทางบ่อย นักศึกษา และพนักงานออฟฟิศ
หน้าจอ 13 นิ้ว จุดเด่นคือพื้นที่กว้างสำหรับเขียนแบบ วาดรูป เล่นเกม น้ำหนักเฉลี่ย 617 กรัม เหมาะกับครีเอเตอร์ นักออกแบบ และผู้ที่ทำงานเอกสารหรือสเปรดชีตบ่อย
ประโยชน์ของการย้ายตำแหน่งกล้องหน้ามาไว้ด้านแนวนอนใน iPad Air 6
การย้ายกล้องหน้ามาไว้ตรงกลางด้านแนวนอนบน iPad Air 6 ช่วยให้เวลาประชุมออนไลน์หรือวิดีโอคอลผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ สายตามองตรงไปที่คู่สนทนาได้แบบเป็นธรรมชาติ ไม่ดูเอียงข้างเหมือนตอนใช้รุ่นก่อน ลืมปัญหามุมภาพเฉียงเวลาพรีเซนต์งานไปได้เลย
ลองเปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 จะเห็นว่าการปรับตำแหน่งกล้องรอบนี้เข้าทางคนทำงานสายตั้งแท็บเล็ตคู่คีย์บอร์ดเพื่อพิมพ์งานเป็นหลัก เพราะกล้องหน้าของ iPad Air 6 มาอยู่ตรงกลางพอดี ช่วยให้ได้มุมภาพสมมาตรคล้ายกับการใช้หน้าจอแล็ปท็อป
ส่วนกล้องหน้าแนวนอนความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ยังทำงานร่วมกับฟังก์ชัน Center Stage ได้ลื่นไหลดี มีระบบแพนกล้องตามการเคลื่อนไหวแบบอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ใช้งานอยู่ตรงกลางเฟรมตลอดเวลา ถึงจะลุกขึ้นยืนเขียนกระดานหรือขยับตัวไปมาระหว่างคุยงานก็ยังจับภาพได้
ตำแหน่งกล้องหน้า iPad Air 5 อยู่ขอบด้านบนแนวตั้ง ส่วน iPad Air 6 อยู่ขอบด้านยาวแนวนอน
มุมมองวิดีโอคอลแนวนอน iPad Air 5 สายตาจะมองเอียงไปด้านข้าง ส่วน iPad Air 6 สายตามองตรงกึ่งกลางพอดี
เปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 ด้านการรองรับอุปกรณ์เสริมและ Apple Pencil Pro
iPad Air 6 อัปเกรดมาให้รองรับ Apple Pencil Pro รุ่นใหม่ล่าสุด ช่วยให้วาดเขียนสนุกขึ้นเยอะเพราะปรับขั้วชาร์จแม่เหล็กใหม่ การเปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 ในมุมนี้เป็นเรื่องน่าสนใจมาก ถ้าเลือก iPad Air 6 จะได้สัมผัสฟังก์ชันหมุนด้ามปากกาพร้อมระบบสั่นตอบสนองแบบเรียลไทม์
สายจดโน้ต ใครอยากใช้ Apple Pencil รุ่น USB-C หรือเคสแป้นพิมพ์ Magic Keyboard รุ่นเดิมมาพิมพ์งานต่อ แท็บเล็ตทั้งสองรุ่นก็รองรับการสลับใช้งานได้สบาย ไร้กังวล
ส่วนคนเน้นงานวาดรูปหรือออกแบบกราฟิกแบบจริงจัง การจับคู่ iPad Air 6 กับปากการุ่น Pro จะช่วยรีดประสิทธิภาพการทำงานออกมาได้เต็มที่ แถมมีเครื่องมือลัดช่วยสลับเมนูได้ฉับไว
Apple Pencil Pro iPad Air 5 ไม่รองรับ ส่วน iPad Air 6 รองรับ
Apple Pencil รุ่นที่ 2 iPad Air 5 รองรับ ส่วน iPad Air 6 ไม่รองรับ
Apple Pencil รุ่น USB-C รองรับทั้งสองรุ่น
Magic Keyboard รองรับทั้งสองรุ่น
เปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 เรื่องความจุและราคาดาวน์เริ่มต้น
การเลือกซื้อแท็บเล็ตคู่ใจทำได้ง่ายขึ้น แค่ลองเปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 จะเห็นเลยว่าได้พื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในระดับราคาดาวน์เริ่มต้นใกล้เคียงของเดิม ช่วยให้คนทำงานรุ่นใหม่และผู้ใช้งานทั่วไปจัดสรรเงินในกระเป๋าได้แบบสบายใจในระยะยาว
ใครเน้นจดโน้ต เรียนออนไลน์ หรือวาดภาพกราฟิก จะสัมผัสได้ถึงความลื่นไหลจากชิปประมวลผลที่อัปเกรดมาใหม่ รองรับระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ ๆ ได้แบบเต็มประสิทธิภาพ การเลือกรุ่นให้ความจุเริ่มต้นเยอะกว่าช่วยจบปัญหาพื้นที่เต็มจากการเก็บไฟล์วิดีโอความละเอียด 4K หรือแอปพลิเคชันทำงานขนาดใหญ่ได้สบาย
iPad Air 5 ราคาดาวน์เริ่มต้นประหยัดกว่า จุดเด่นคือราคาเข้าถึงง่าย สเปกยังรองรับการทำงานทั่วไป
iPad Air 6 ราคาดาวน์เริ่มต้นสูงกว่าตามสเปกใหม่ จุดเด่นคือรองรับฟีเจอร์ AI ใหม่ และใช้งานได้นานกว่า
พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเริ่มต้น (64GB vs 128GB) กับความคุ้มค่าที่ได้รับ
เรื่องขนาดความจุตอนเปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 จะเห็นภาพเลยว่าสเปกเริ่มต้น 128GB ของรุ่น 6 ใช้งานระยะยาวได้เปรียบความจุ 64GB ของรุ่น 5 ชัดเจน เพราะระบบปฏิบัติการและไฟล์แคชแอปพลิเคชันยุคนี้กินพื้นที่เยอะมาก
ถ้าเลือกใช้ความจุ 64GB พื้นที่เครื่องเต็มเร็ว แค่โหลดเกมฮิตแบบ Genshin Impact ก็ปาไปกว่า 30GB ไหนจะต้องเซฟไฟล์งานเอกสารทั่วไปอีก การขยับมาเริ่มต้นไซส์ความจุเยอะขึ้นช่วยให้ทำงานและเก็บรูปภาพได้สบายใจ ไม่ต้องคอยจ่ายเงินซื้อพื้นที่คลาวด์รายเดือนเพิ่ม
ความจุเริ่มต้น iPad Air 5 อยู่ที่ 64GB ส่วน iPad Air 6 อยู่ที่ 128GB
การใช้งานที่เหมาะสม iPad Air 5 เน้นงานเอกสารและดูหนังออนไลน์ ส่วน iPad Air 6 เหมาะกับตัดต่อวิดีโอและเก็บไฟล์รูปภาพจำนวนมาก
ความคุ้มค่าต่อราคา iPad Air 5 เหมาะกับงบประหยัด ส่วน iPad Air 6 ได้พื้นที่เพิ่มขึ้น 2 เท่าในราคาเท่าเดิม
เป็นเจ้าของ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 ง่าย ๆ มีโปรโมชั่นอะไรบ้าง ?
ใครอยากมีแท็บเล็ตสเปกแรงไว้เรียนหรือทำงานก็เป็นเจ้าของได้ง่าย ๆ ผ่านการแบ่งจ่ายรายเดือนสำหรับคนไม่มีบัตรเครดิต การตัดสินใจเลือกรุ่นให้ถูกใจ แค่ลองนำการเปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 มาช่วยพิจารณา เพื่อให้เข้ากับการใช้งานจริงและสบายเงินในกระเป๋า
วัยทำงานและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่เน้นใช้งานทั่วไป ทำเอกสาร หรือแต่งภาพตัดต่อวิดีโอเบา ๆ จะเข้าทางรุ่นพี่แบบ Air 5 ส่วนสายกราฟิกเน้นรันแอปหนัก ๆ หรืออยากได้ความจุเริ่มต้น 128 GB รุ่น Air 6 เป็นตัวเลือกที่เหมาะ ใครอยากลองสัมผัสเครื่องจริงพร้อมรับคำแนะนำเรื่องการแบ่งจ่าย แวะไปได้ที่หน้าร้าน Ufriend ที่มีให้บริการกว่า 45 สาขาทั่วประเทศ
ผ่อน iPad Air กับ Ufriend ใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียว
อยากเป็นเจ้าของ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 เครื่องใหม่ง่าย ๆ มาผ่อนไอแพดที่ Ufriend ได้เลย ใช้แค่บัตรประชาชนตัวจริงใบเดียวยื่นที่หน้าสาขา ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ตอบโจทย์ทั้งพนักงานออฟฟิศ ฟรีแลนซ์ และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ให้คุณอัปเกรดอุปกรณ์ทำงานเพื่อเพิ่มความคล่องตัวได้สบาย
บริการเก่าแลกใหม่ เทิร์นเครื่องเดิมเป็นรุ่นใหม่ที่ Ufriend
ใครมี iPad เครื่องเก่าสามารถนำมาเทิร์นไอแพดเพื่อเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่ในงบที่ไหวที่ Ufriend เพื่ออัปเกรดไปสัมผัสเทคโนโลยีทันสมัยกว่าเดิม แค่ลองเปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 จะช่วยให้เห็นภาพการเปลี่ยนสเปกรอบนี้เคลียร์ขึ้น ที่เปลี่ยนชัดคือชิปประมวลผลกับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจัดมาให้เยอะกว่าเดิมตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น
การย้ายมาจับรุ่นใหม่ช่วยให้ทำงานเอกสารและเล่นเกมลื่นไหลขึ้นเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ แถมกล้องหน้าปรับดีไซน์ใหม่ยังช่วยให้การประชุมออนไลน์สะดวกขึ้นเยอะตอนวางเครื่องแนวนอน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการเปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6
เปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 ใช้งานทั่วไปควรเลือกซื้อรุ่นไหนดี ?
ลองเปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 ในมุมการใช้งานทั่วไปแบบเรียนออนไลน์หรือทำเอกสาร จะเห็นเลยว่า iPad Air 5 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ชิป M1 สเปกแรงพอรับมือความบันเทิงและงานพื้นฐานได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด การเซฟเงินส่วนต่างช่วยให้มีทุนเหลือไปซื้ออุปกรณ์เสริมจำพวกปากกาหรือเคสคีย์บอร์ดมาพิมพ์งานสบายขึ้นเยอะ
ส่วนคนที่ต้องประชุมทางไกลบ่อยหรือโหลดแอปพลิเคชันขนาดใหญ่ ขยับมาจับ iPad Air 6 น่าจะเข้าทางกว่า เพราะตำแหน่งกล้องหน้าแนวนอนรับมุมสายตาได้เป็นธรรมชาติ ชิป M2 ช่วยประมวลผลลื่นไหลตอนเปิดหลายแอปพร้อมกัน แถมให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเริ่มต้นมากถึง 128 GB
iPad Air 5 จะยังได้รับอัปเดตซอฟต์แวร์ไปอีกนานแค่ไหน ?
iPad Air 5 จะยังคงได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์ยาว ๆ ขั้นต่ำ 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า หรือลากยาวถึงช่วงปี 2027 ถึง 2029 เพราะตัวเครื่องมาพร้อมชิปประมวลผลสเปกแรงแบบ M1 ทำงานลื่นไหลและรองรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ ได้ดี
ลองเปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 จะเห็นภาพเลยว่าระยะเวลาการอัปเดตขึ้นอยู่กับรอบปีที่เปิดตัวและรุ่นของชิปประมวลผลเป็นหลัก ฝั่งโมเดลใหม่แบบรุ่นที่ 6 เปิดตัวทีหลัง ย่อมได้รับการอัปเดตระบบปฏิบัติการนานกว่าไปอีกขั้น
การใช้งานรุ่นที่ 5 ยังคงทำงานลื่นไหลเข้ากับระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ ๆ ได้อย่างราบรื่น ยิ่งเป็นระบบจัดระเบียบหน้าจอขั้นสูงแบบ Stage Manager ที่ต้องพึ่งขุมพลังระดับชิปเซ็ตคอมพิวเตอร์ ก็ช่วยเปิดแอปพลิเคชันพร้อมกันได้สูงสุดถึง 4 หน้าต่างได้สบาย
ปีที่เปิดตัว iPad Air 5 เปิดตัวปี 2022 ส่วน iPad Air 6 เปิดตัวปี 2024
คาดการณ์สิ้นสุดการอัปเดต iPad Air 5 ราวปี 2027 ถึง 2029 ส่วน iPad Air 6 ราวปี 2029 ถึง 2031
ฟีเจอร์ที่เพิ่มมาใน Air 6 จำเป็นสำหรับคนทำงานทั่วไปหรือไม่ ?
ลูกเล่นใหม่บน iPad Air 6 ไม่ค่อยจำเป็นสำหรับคนทำงานเน้นพิมพ์เอกสารหรือท่องเน็ตทั่วไป แค่ลองเปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 จะเห็นภาพเลยว่าชิป M1 ในรุ่น 5 ยังรับมือได้สบาย สลับแอปพลิเคชันไปมาผ่านระบบ Stage Manager ทำได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด
ฟีเจอร์อัปเกรดใหม่รอบนี้โดนใจกลุ่มคนทำงานสายเฉพาะทางต้องการความสะดวกเพิ่มขึ้น
กล้องหน้าแนวนอน ช่วยปรับมุมมองตอนประชุมออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ ให้อยู่กึ่งกลางและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ความจุเริ่มต้น 128 GB ช่วยแก้ปัญหาพื้นที่เต็มสำหรับคนต้องเก็บไฟล์เอกสารขนาดใหญ่หรือโหลดแอปพลิเคชันทำงานเอาไว้จำนวนมาก
อัปเกรดรองรับปากการุ่นใหม่ ช่วยให้สายเซ็นเอกสารหรือจดบันทึกกดสั่งการทางลัดสลับเครื่องมือได้คล่องตัวกว่าเดิม
สรุป
แค่ลอง เปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 จะเห็นภาพความต่างเรื่องสเปกความแรง ชิป M2 อัปเกรดมาล้ำหน้าชิป M1 แถมปรับกล้องหน้ามาเป็นแนวนอนเข้ากับการคุยงานออนไลน์แบบเป็นธรรมชาติ ฝั่งรุ่นใหม่แบบ Air 6 เพิ่มความจุเริ่มต้นให้มากถึง 128GB เซฟไฟล์งานหรือภาพถ่ายขนาดใหญ่ได้สบาย ไม่ต้องคอยลบทิ้งบ่อย
ใครเน้นทำงานเอกสารทั่วไป รุ่นที่ 5 ที่รองรับการอัปเดตระบบปฏิบัติการยาวไปถึงปี 2027 ก็ยังใช้ได้สบาย หวังว่าบทความ เปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 6 จะช่วยไขข้อข้องใจให้ตัดสินใจอัปเกรดไปจับรุ่นที่ 6 เพื่อลุยงานกราฟิกได้ไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ที่มา : Ufriend Team / Ufriend.Shop