เปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ Gen 10 เลือกรุ่นไหนคุ้ม
Ufriend สรุปให้
เปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 ชิป A14 Bionic ของรุ่นที่ 10 ช่วยให้การทำงานลื่นไหลกว่าชิป A13 ในรุ่นที่ 9 เข้าทางคนที่กำลังมองหาสเปกใหม่แกะกล่องพร้อมดีไซน์แบบไร้ปุ่มโฮม
หน้าจอของรุ่นที่ 10 ขยายมาเป็น 10.9 นิ้ว แบบ Liquid Retina ขอบบางลงและดูดีสบายตา ขยับมาดูรุ่นที่ 9 จะยังมีปุ่มโฮมคู่ใจพร้อมขนาดหน้าจอ 10.2 นิ้ว
พอร์ตเชื่อมต่อของรุ่นที่ 10 เปลี่ยนมาเป็น USB-C เรียบร้อย เสียบใช้งานกับอุปกรณ์เสริมรอบตัวได้สะดวก แถมย้ายกล้องหน้ามาไว้แนวนอน นั่งวิดีโอคอลหรือประชุมงานได้ถนัดกว่าเดิม
สำหรับคนที่มีเป้าหมายเซฟเงินในกระเป๋าและเน้นการใช้งานทั่วไป รุ่นที่ 9 ทำหน้าที่ได้น่าพอใจ ส่วนใครที่เทใจให้ความทันสมัย ชอบดีไซน์สีสันสดใส อยากใช้งานได้นาน รุ่นที่ 10 น่าจะเข้าทางมากกว่า
การเลือกแท็บเล็ตเครื่องใหม่สักเครื่องพาให้แอบลังเลใจเวลาต้อง เปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 เพราะทั้งดีไซน์ สเปก และราคาต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะสำหรับคนที่กำลังมองหา สินค้ามือ 1 และต้องการใช้งานได้คุ้มค่าในระยะยาว
หลายคนยังสับสนว่าจะเลือก iPad Gen 9 ที่ยังคงมีปุ่มโฮมสุดคลาสสิก หรือขยับไปใช้ iPad Gen 10 ที่มาพร้อมดีไซน์เต็มหน้าจอและพอร์ต USB-C ที่ทันสมัยกว่า
บทความนี้จาก Ufriend จะช่วยให้การตัดสินใจเลือกรุ่นที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ทำได้ง่ายขึ้น เปรียบเทียบความแตกต่างของสเปกชิปประมวลผล ขนาดหน้าจอ และตำแหน่งกล้องหน้าอย่างละเอียด
ภาพรวมเปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10
เปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 จะเห็นภาพการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีของแท็บเล็ตรุ่นเริ่มต้นที่เข้ากับผู้ใช้งานคนละสไตล์ ฝั่ง iPad Gen 9 ยังเป็นไอเทมชิ้นโปรดสำหรับคนที่เน้นพิมพ์งาน เรียนออนไลน์ หรือดูซีรีส์เพลิน ด้วยราคาที่เป็นมิตร
ขยับมาที่ iPad Gen 10 มีการอัปเกรดความแรงก้าวกระโดดด้วยชิป A14 Bionic ดันให้การสลับแอปและการทำกราฟิกลื่นไหลไม่มีสะดุด เหมาะกับวัยเริ่มทำงานที่ต้องทำงานหลายชิ้นพร้อมกัน
เปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ Gen 10 เลือกรุ่นไหนดี
การตัดสินใจเลือกซื้อขึ้นอยู่กับงบที่มีและสไตล์การใช้งานจริงของแต่ละคน การเปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 ทำให้เห็นความต่างเรื่องดีไซน์กับพอร์ตเชื่อมต่ออย่างชัดเจน ใครที่เน้นใช้งานทั่วไป เรียนออนไลน์ หรือจดโน้ต รุ่นที่ 9 ยังรองรับได้สบายในราคาที่เป็นมิตร
ส่วนคนที่อยากได้ความไวตอนส่งไฟล์ผ่านพอร์ต USB-C พร้อมดีไซน์หน้าจอขอบบางแบบใหม่ไร้ปุ่มโฮม รุ่นที่ 10 จะน่าสนใจสำหรับการใช้งานระยะยาวมากกว่า การได้สเปกที่ตรงกับการใช้งานช่วยให้การทำงานกับการเรียนสนุกและสะดวกสบายขึ้น แถมรุ่นที่ 10 ยังรองรับการเชื่อมต่อกับเคส Magic Keyboard Folio ช่วยให้พิมพ์งานได้คล่องตัวขึ้น
เปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ Gen 10 ดีไซน์และหน้าจอ
การมองหาแท็บเล็ตเครื่องใหม่สักเครื่องต้องดูดีไซน์กับการแสดงผลภาพเป็นอันดับแรก พอจับมาเปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 ในส่วนนี้จะเห็นความแตกต่างแบบเต็มตา มีทั้งสไตล์คลาสสิกที่คุ้นเคยและขอบจอบางสุดทันสมัย เข้ากับสไตล์การทำงานของพนักงานออฟฟิศยุคใหม่
ดีไซน์ ปุ่ม Home และจุดสแกนนิ้วมือ
เปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 จะพบความต่างเรื่องดีไซน์ปุ่ม Home กับตำแหน่งสแกนนิ้วมือแบบเต็มตา รุ่นที่ 9 ยังคงเอกลักษณ์เดิมที่มีปุ่ม Home บนหน้าจอเอาไว้ ส่วนรุ่นที่ 10 ปรับโฉมใหม่มาพร้อมหน้าจอขอบบางเท่ากันสี่ด้านและบอกลาปุ่มโฮมไปเรียบร้อย
การปรับหน้าตารอบนี้ทำให้ระบบสแกนนิ้วเปลี่ยนตามไปด้วย ฝั่ง iPad Gen 9 สแกนนิ้วผ่านปุ่ม Home ด้านหน้าขอบล่างเครื่องได้แบบคุ้นมือ ส่วน iPad Gen 10 หันมาใช้สแกน Touch ID รวมไว้กับ ปุ่มพาวเวอร์ขอบบน ของเครื่องแทน ช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าจอให้กว้างขึ้น วาดเขียนหรือสลับแอปไปมาได้ลื่นไหล
ปุ่ม Home บนหน้าจอ iPad Gen 9 มีปุ่มวงกลมขอบล่างเครื่อง ส่วน iPad Gen 10 ไม่มีปุ่มโฮม หน้าจอชิดขอบ
ตำแหน่งสแกน Touch ID iPad Gen 9 อยู่บนปุ่ม Home ด้านหน้า ส่วน iPad Gen 10 อยู่บนปุ่มพาวเวอร์ขอบบนเครื่อง
ขนาดหน้าจอและความคมชัด
iPad Gen 10 อัปเกรดหน้าจอให้กว้างถึง 10.9 นิ้วแบบไร้ปุ่มโฮม ส่วน iPad Gen 9 ยังคงสไตล์คลาสสิกขนาด 10.2 นิ้วพร้อมขอบจอหนาเล็กน้อย พอจับมาเปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 ในเรื่องพื้นที่ใช้งาน จะเห็นภาพต่างกันชัดตอนเปิดแอปสองหน้าจอพร้อมกันหรือนั่งจดโน้ตสรุปงาน
ถึงความหนาแน่นพิกเซลจะอยู่ที่ 264 ppi เท่ากันและให้ภาพคมชัดสูสีกัน แต่หน้าจอของรุ่นที่ 10 ให้สีสันสดใสสมจริงกว่า ด้วยเทคโนโลยีปรับอุณหภูมิสีตามสภาพแสงรอบตัว เข้าทางพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ต้องแต่งรูปรีวิวสินค้า หรือพนักงานออฟฟิศที่ชอบเปิดซีรีส์ดูช่วงพักกลางวัน
iPad Gen 10 หน้าจอ 10.9 นิ้ว ชนิด Liquid Retina ความละเอียด 2360 x 1640 พิกเซล
iPad Gen 9 หน้าจอ 10.2 นิ้ว ชนิด Retina ความละเอียด 2160 x 1620 พิกเซล
เปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ Gen 10 ประสิทธิภาพการทำงานชิป A13 กับ A14 Bionic
ชิป A14 Bionic ใน iPad Gen 10 ประมวลผลแรงกว่าชิป A13 Bionic ของ iPad Gen 9 ประมาณ 20% และทำงานด้านกราฟิกได้ลื่นไหลขึ้น ช่วยให้สลับแอปไปมาและเปิดใช้งานหลายหน้าจอพร้อมกันได้ลื่นไหล พอนำมาเปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 จะเห็นความต่างของเทคโนโลยีการผลิตที่อัปเกรดจากขนาด 7 นาโนเมตรมาเป็น 5 นาโนเมตร ช่วยให้ตัวเครื่องกินไฟน้อยลงและใช้งานได้นาน
สเปกความแรงของชิป A14 Bionic ช่วยให้การตัดต่อวิดีโอความละเอียด 4K หรือการเล่นเกมสามมิติทำได้ราบรื่นไม่มีสะดุด หันมามองฝั่งชิป A13 Bionic ก็ยังรองรับไลฟ์สไตล์ทั่วไปในแต่ละวันได้สบาย ๆ ทั้งเรื่องเรียนออนไลน์ วาดรูป หรือจดบันทึกการประชุมได้สบาย การตัดสินใจเลือกรุ่นไหนมาใช้งานน่าจะขึ้นอยู่กับระดับความต้องการความแรงเพื่อจัดการไฟล์ขนาดใหญ่เป็นหลัก
สถาปัตยกรรมการผลิต iPad Gen 9 เป็น 7 นาโนเมตร ส่วน iPad Gen 10 เป็น 5 นาโนเมตร
ประสิทธิภาพชิป iPad Gen 9 เป็นชิป A13 Bionic ส่วน iPad Gen 10 เป็นชิป A14 Bionic
ความเร็วของ CPU iPad Gen 9 ทำงานทั่วไปได้ราบรื่น ส่วน iPad Gen 10 แรงขึ้น 20%
การประมวลผลกราฟิก GPU iPad Gen 9 รองรับเกมทั่วไป ส่วน iPad Gen 10 ลื่นไหลขึ้น
Neural Engine iPad Gen 9 เป็น 8-core ส่วน iPad Gen 10 เป็น 16-core
เปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ Gen 10 กล้องถ่ายรูปและการวิดีโอคอล
พอเปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 ในเรื่องการถ่ายภาพและวิดีโอคอล จะเห็นการอัปเกรดสเปกกล้องหลังแบบก้าวกระโดด ฝั่ง iPad Gen 10 หันมาอัปเกรดกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แถมมีรูรับแสงกว้างขึ้น แชะภาพในที่แสงน้อยหรือถ่ายเอกสารส่งงานได้คมชัดขึ้น ตัดภาพมาที่ iPad Gen 9 จะยังเป็นกล้องหลังสไตล์เดิมความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
ส่วนคนที่เน้นงานวิดีโอ ความละเอียดบันทึกภาพเคลื่อนไหวที่ต่างกันแอบส่งผลกับการใช้งานจริงในแต่ละวันพอสมควร ลองส่องตารางเทียบสเปกกล้องด้านล่าง จะช่วยให้มองเห็นความต่างของทั้งสองรุ่นอย่างชัดเจน
รุ่นที่ 10 อัปเกรดกล้องหลังมาพร้อมความละเอียดระดับ 4K เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา และคนทำงานสายคอนเทนต์ ถ่ายคลิปวิดีโอส่งงานหรือตัดต่อคลิปสั้นลงโซเชียลมีเดียได้สะดวก โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อื่นเพิ่ม การตัดสินใจเลือกรุ่นไหนมาใช้งานน่าจะขึ้นอยู่กับความจำเป็นเรื่องไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงเป็นหลัก
กล้องหลัง iPad Gen 9 ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ส่วน iPad Gen 10 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
วิดีโอกล้องหลัง iPad Gen 9 ความละเอียด HD 1080p ส่วน iPad Gen 10 ความละเอียดสูงสุด 4K
กล้องหน้า ทั้งสองรุ่นเป็น Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล
กล้องหน้าแนวนอนและฟีเจอร์ Center Stage
iPad Gen 10 ออกแบบมาเข้าสไตล์คนทำงานยุคใหม่ ด้วยการย้ายกล้องหน้ามาไว้ แนวนอน ช่วยให้สายตาตรงกับคู่สนทนาพอดีตอนประชุมออนไลน์ พอเปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 ในจุดนี้จะเห็นทิศทางดีไซน์ที่เน้นใช้งานร่วมกับเคสคีย์บอร์ด
ถึงทั้งสองรุ่นจะมีฟีเจอร์ Center Stage คอยแพนกล้องตามตัวเหมือนกัน แต่การวางกล้องแนวนอนของรุ่นที่ 10 ทำให้มุมมองภาพตอนขยับตัวทำกิจกรรมดูสมดุลและไม่เอียงไปฝั่งซ้ายหรือขวา โดนใจพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องไลฟ์สดขายของ หรือพนักงานออฟฟิศที่ต้องพรีเซนต์งานผ่านวิดีโอคอลเป็นประจำ
ตำแหน่งกล้องหน้า iPad Gen 9 แนวตั้งด้านบน ส่วน iPad Gen 10 แนวนอนตรงกลาง
ฟีเจอร์ Center Stage รองรับการขยับกล้องตามตัวผู้ใช้ทั้งสองรุ่น
เปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ Gen 10 พอร์ตเชื่อมต่อและอุปกรณ์เสริมที่รองรับ
เปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 ในมุมของพอร์ตเชื่อมต่อและอุปกรณ์เสริม เรียกว่าเป็น จุดเปลี่ยนที่คนทำงานและวัยเรียนต้องเก็บไปคิด เพราะมีผลกับความไวตอนส่งไฟล์งาน รวมไปถึงการเลือกซื้อ ปากกาหรือเคสคีย์บอร์ด มาใช้งานคู่กัน
ความต่างระหว่างพอร์ต Lightning กับ USB C
พอเปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 ในมุมของการเชื่อมต่อ จะเห็นความต่างชัดระหว่างพอร์ต Lightning กับ USB-C ที่มีผลกับความสะดวกสบายในแต่ละวัน รุ่น Gen 10 หันมาใช้พอร์ต USB-C ช่วยให้สะดวกขึ้น เพราะเสียบใช้งานร่วมกับสายชาร์จของอุปกรณ์อื่นรอบตัวได้เกือบหมด หมดปัญหาวุ่นวายต้องพกสายชาร์จหลายเส้นเวลาออกไปทำงานนอกบ้าน
ส่วนความเร็วเรื่องการโอนถ่ายข้อมูล ทั้งสองรุ่นมาพร้อมมาตรฐาน USB 2.0 ด้วยความเร็วสูงสุด 480 Mbps เท่ากันเป๊ะ แต่จุดเด่นของพอร์ต USB-C ในรุ่น Gen 10 คือการต่อ Hub เพื่ออ่านไฟล์จาก SD Card หรือต่อเข้ากล้องถ่ายรูปได้ตรง ๆ ช่วยให้การย้ายไฟล์ภาพขนาด 100 MB เสร็จไวในไม่กี่วินาที
รูปแบบพอร์ต iPad Gen 9 เป็น Lightning ส่วน iPad Gen 10 เป็น USB-C
การเชื่อมต่อแฟลชไดรฟ์ iPad Gen 9 ต้องใช้หัวแปลงเฉพาะ ส่วน iPad Gen 10 เสียบตรงได้ทันที
การต่อจอแยก iPad Gen 9 รองรับผ่านอะแดปเตอร์เฉพาะ ส่วน iPad Gen 10 ต่อสายเชื่อมจอภาพภายนอกได้ง่ายกว่า
การใช้งาน Apple Pencil และเคสคีย์บอร์ด
การเลือกใช้งาน Apple Pencil กับเคสคีย์บอร์ดมีจุดต่างกันชัด พอเปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 เพราะหน้าตาตัวเครื่องและพอร์ตเชื่อมต่อถูกปรับใหม่ ผู้ใช้งานเลยต้องเลือกซื้ออุปกรณ์เสริมให้ตรงรุ่น จะได้ใช้งานกันแบบไม่มีสะดุด
คนวัยทำงานที่เน้นพิมพ์งานนอกสถานที่บ่อย ๆ จับคู่ iPad Gen 10 กับ Magic Keyboard Folio จะช่วยให้ทำงานคล่องตัวขึ้น ตัวแป้นพิมพ์ถอดแยกชิ้นได้แถมมี ปุ่มฟังก์ชัน 14 ปุ่ม สั่งการเครื่องได้ไว ส่วนสายวาดเขียนที่ใช้ iPad Gen 9 จะได้เปรียบตรงเสียบชาร์จ Apple Pencil รุ่นที่ 1 เข้าท้ายเครื่องได้เลยโดยไม่ต้องใช้สายแปลงให้วุ่นวาย
Apple Pencil iPad Gen 9 ใช้รุ่นที่ 1 (หัว Lightning) ส่วน iPad Gen 10 ใช้รุ่นที่ 1 (ผ่านตัวแปลง USB-C) หรือรุ่น USB-C
เคสคีย์บอร์ด iPad Gen 9 ใช้ Smart Keyboard ส่วน iPad Gen 10 ใช้ Magic Keyboard Folio
ซื้อ iPad ใหม่ แต่ไม่มีบัตรเครดิตทำอย่างไร ?
การเป็นเจ้าของ iPad เครื่องใหม่ทำได้สบาย แม้ไม่มีบัตรธนาคาร แค่เริ่มจากการเลือกรุ่นที่เข้ากับไลฟ์สไตล์และเงินในกระเป๋า การเปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 จะช่วยให้เห็นจุดต่างอย่างชัดเจน ช่วยให้ตัดสินใจง่ายและเข้าถึงได้สำหรับการใช้งานในแต่ละวัน
พอเลือกรุ่นที่ถูกใจสำเร็จ สเตปต่อไปคือการมองหาช่องทางแบ่งจ่ายค่าเครื่องเป็นรายเดือน ไม่ต้องใช้บัตร ยุคนี้สามารถเดินเข้าไปลองเล่นเครื่องจริงพร้อมใช้บริการแบ่งจ่ายรายเดือนที่หน้าร้านสาขาใกล้บ้าน แล้วรับเครื่องกลับไปใช้งานได้เลย
บริการรับซื้อ เทรดอิน และผ่อนผ่าน Ufriend
Ufriend ช่วยให้การเป็นเจ้าของแท็บเล็ตเครื่องใหม่ทำได้ง่าย ๆ ด้วยบริการรับซื้อเครื่องเก่ามาเทรดอินเป็นส่วนลด แถมยังมีช่องทางการผ่อนไอแพดแบบแบ่งจ่ายรายเดือนผ่านแอปพลิเคชัน Ufriend แค่นำเครื่องเดิมมาประเมินสภาพก็เปลี่ยนเป็นแท็บเล็ตเครื่องใหม่ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์การเรียนและการทำงานยุคนี้ได้สบาย
พอเปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 จะเห็นภาพว่ารุ่นใหม่เปลี่ยนมาใช้พอร์ต USB-C และมีหน้าจอไร้ปุ่มโฮมดูทันสมัยกว่า ใครอยากเปลี่ยนเครื่องสามารถนำเครื่องเก่ามาเช็คสภาพที่หน้าร้านกว่า 45 สาขาทั่วประเทศ เพื่อรับส่วนลดไปใช้ร่วมกับการแบ่งจ่ายรายเดือน ขั้นตอนประเมินทั้งหมดใช้เวลาไม่นาน
บริการแนะนำ: เทิร์นไอโฟน ไอแพด ประเมินราคาฟรี รู้ผลใน 10 นาที
สรุป
การเปรียบเทียบ iPad Gen 9 กับ iPad Gen 10 ช่วยให้เห็นความต่างด้านหน้าตาและความแรงอย่างชัดเจน ฝั่งรุ่นที่ 9 ยังคงสไตล์คลาสสิกของปุ่มโฮมและพอร์ต Lightning ในราคาที่เข้าถึงง่าย ส่วนรุ่นที่ 10 มีการอัปเกรดแบบก้าวกระโดด มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบขนาด 10.9 นิ้ว ชิป A14 Bionic ที่แรงขึ้น พอร์ต USB-C และกล้องหน้าแนวนอนที่ช่วยให้ทำงานสารพัดได้สะดวก
ใครที่เน้นการใช้งานทั่วไปสไตล์การจดโน้ตหรือเรียนออนไลน์ รุ่นที่ 9 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ถ้ามองหาความทันสมัย ทำงานตัดต่อวิดีโอ 4K และอยากใช้งานได้นาน รุ่นที่ 10 จะเข้าทางมากกว่า
ที่มา : Ufriend Team / Ufriend.Shop