เปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 รุ่นไหนคุ้มกว่ากัน
Ufriend สรุปให้
เปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 หน้าจอรุ่น M4 อัปเกรดเป็น Ultra Retina XDR แบบ Tandem OLED มอบสีสันสดใส ดำสนิท สมจริงยิ่งกว่าจอเดิมในรุ่น M2
ชิป M4 อัปสปีดความแรงและการประมวลผลกราฟิกเร็วกว่าชิป M2 หลายเท่าตัว รองรับการทำงานกราฟิกหนัก ๆ หรือเล่นเกมสเปกสูงได้ลื่นไหล
ดีไซน์ iPad Pro M4 เพรียวบางและน้ำหนักเบาลง พกพาสะดวก พร้อมปรับตำแหน่งกล้องหน้ามาไว้แนวนอน ช่วยให้การคุยงานออนไลน์ดูดีและเป็นธรรมชาติ
ถ้าเน้นเรื่องความรัดกุมในการใช้จ่าย ชิป M2 ยังรองรับการใช้งานทั่วไปได้ยอดเยี่ยม แต่ถ้าต้องการเทคโนโลยีหน้าจอล้ำหน้าและความแรงรองรับอนาคต รุ่น M4 คือการลงทุนระยะยาวที่น่าสนใจ
สำหรับใครที่กำลังมองหาแท็บเล็ตระดับไฮเอนด์ การเปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 ถือเป็นสิ่งสำคัญ หลายคนอาจกำลังชั่งใจว่าเทคโนโลยีหน้าจอแบบใหม่และชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดนั้น คุ้มค่าพอที่จะลงทุนจ่ายเพิ่มหรือไม่
บทความนี้ Ufriend ผู้ให้บริการจัดจำหน่าย สินค้ามือ 1 และมือสองคุณภาพดีจะพาไปดูสเปกและเทียบประสิทธิภาพของชิป M4 ที่ทำความเร็วได้มากกว่าเดิมถึง 1.5 เท่า เพื่อเป็นข้อมูลช่วยให้คุณตัดสินใจเลือก iPad รุ่นที่เหมาะกับการทำงานได้อย่างคุ้มค่า
เปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 ด้านดีไซน์
เปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 เรื่องดีไซน์ภายนอก มีจุดเปลี่ยนที่ตำแหน่งกล้องหน้า ปรับใหม่เอาใจสายใช้งานแนวนอน iPad Pro M4 ย้ายกล้อง TrueDepth มาขอบด้านยาว ประชุมออนไลน์ผ่านแอปต่าง ๆ มองกล้องได้เป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนรุ่น M2 ที่กล้องอยู่ขอบด้านสั้น วางเครื่องแนวนอนทีไรคุย FaceTime สายตาจะดูเอียงไปข้าง ๆ ตลอด
ด้านหลังรุ่น M4 ปรับใหม่ให้กล้องหลักตัวเดียวคู่กับ LiDAR Scanner ชุดกล้องดูเรียบง่ายกว่าเดิม ส่วนสีตัวเครื่องก็เปลี่ยน จากเทาสเปซเกรย์ในรุ่น M2 เป็น สีดำสเปซแบล็ก เข้มขึ้นในรุ่น M4
ตำแหน่งกล้องหน้า iPad Pro M2 อยู่ขอบด้านสั้น ส่วน iPad Pro M4 อยู่ขอบด้านยาว
โมดูลกล้องหลัง iPad Pro M2 เป็นกล้องคู่และไฟแฟลช ส่วน iPad Pro M4 เป็นกล้องเดี่ยวและเซนเซอร์
ตัวเลือกสีเครื่อง iPad Pro M2 มีสีเงินและเทาสเปซเกรย์ ส่วน iPad Pro M4 มีสีเงินและดำสเปซแบล็ก
ความบางและน้ำหนักที่เปลี่ยนไป
iPad Pro M4 ออกแบบใหม่ บางและเบากว่ารุ่น M2 ชัดเจน ยิ่งรุ่นหน้าจอใหญ่ ความหนาเหลือแค่ 5.1 มิลลิเมตร ถือใช้มือเดียวหรือพกใส่กระเป๋าไปทำงานข้างนอกก็สะดวกขึ้น
รุ่น 13 นิ้วน้ำหนักลดลงเกือบ 100 กรัม ถูกใจคนทำงานและนักเรียนสายจดสายวาดนาน ๆ อาการล้าข้อมือแบบที่เจอในรุ่น M2 ลดลงชัดเจนเมื่อเปลี่ยนมาใช้รุ่นล่าสุดนี้ จับคู่รุ่น M4 กับ Magic Keyboard อลูมิเนียมตัวใหม่ น้ำหนักรวมอยู่ประมาณ 1.1 กิโลกรัม พกพาไปนั่งทำงานร้านกาแฟได้สะดวก
หน้าจอ 11 นิ้ว ความหนา M2 อยู่ที่ 5.9 มิลลิเมตร M4 เหลือ 5.3 มิลลิเมตร ส่วนน้ำหนัก M2 อยู่ที่ 466 กรัม M4 เหลือ 444 กรัม
หน้าจอ 12.9 หรือ 13 นิ้ว ความหนา M2 อยู่ที่ 6.4 มิลลิเมตร M4 เหลือ 5.1 มิลลิเมตร ส่วนน้ำหนัก M2 อยู่ที่ 682 กรัม M4 เหลือ 579 กรัม
เปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 ด้านหน้าจอ
เปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 เรื่องหน้าจอ แสดงความต่างของเทคโนโลยีพาเนลที่มีผลต่อสีสัน มิติภาพและความสว่าง สายครีเอทีฟหรือคนทำงานที่ต้องจ้องจอนาน ๆ รุ่นใหม่ปรับปรุงมาช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตา และแสดงสีดำได้ลึกมีมิติ
สเปกเปลี่ยนแบบนี้ ประสบการณ์ใช้งานก็ต่างแบบเห็นได้ชัด โดยเฉพาะตอนใช้กลางแจ้งและการไล่เฉดสีในไฟล์วิดีโอระดับสูง ความสว่างปกติ 1000 nits ของรุ่นล่าสุด ช่วยให้พกไปทำงานนอกสถานที่ช่วงเที่ยงได้สะดวก ไม่ต้องคอยเอามือป้องแสง
เทคโนโลยีจอภาพ iPad Pro M2 เป็น LED หรือ Mini-LED ส่วน iPad Pro M4 เป็น Tandem OLED
อัตรารีเฟรชเรท ทั้งสองรุ่นอยู่ที่ 120Hz
จอเดิมเทียบกับจอ Tandem OLED
เปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 เรื่องหน้าจอ เป็นการเปลี่ยนจาก Mini-LED แบบเดิมไปสู่ Tandem OLED ที่เอาแผงหน้าจอ OLED สองชั้นมาซ้อนกัน ช่วยแก้ปัญหากลุ่มแสงฟุ้งรอบวัตถุบนพื้นหลังสีดำสนิทได้ดี
จอแบบซ้อนสองชั้นนี้ถูกใจสายแต่งภาพโทนดาร์กและคอซีรีส์ตอนปิดไฟดู เพราะพิกเซลของจอสามารถดับลงได้สนิท แผ่นฟิล์มระบายความร้อนที่บางลงช่วยให้แบตเตอรี่ใช้ได้นานขึ้น พกออกไปส่งงานตามร้านกาแฟได้
ชนิดหน้าจอ iPad Pro M2 เป็น Mini-LED คุมแสงเป็นกลุ่ม ส่วน iPad Pro M4 เป็น Tandem OLED สว่างสองเท่า
แสงฟุ้งรอบตัวหนังสือ iPad Pro M2 พบอาการเรืองแสงรอบขอบวัตถุ ส่วน iPad Pro M4 มืดสนิทร้อยเปอร์เซ็นต์ไร้แสงรบกวน
ความสว่างและสีสันในการใช้งานจริง
หน้าจอ Tandem OLED ของ iPad Pro M4 สว่างกว่าเดิม ทั้งใช้ในตึกหรือออกไปข้างนอก เหนือกว่าหน้าจอรุ่น M2 ชัดเจน เพราะเพิ่มความสว่าง SDR สูงขึ้นมาก
พกไปใช้จริงกลางแดดหรือร้านกาแฟแสงจ้า รุ่น M4 แสดงภาพคมชัดสู้แสงได้ดีกว่า ด้วยความสว่างหน้าจอปกติสูงถึง 1000 nits มากกว่ารุ่น M2 ที่ทำได้ 600 nits เท่านั้น สายกราฟิกหรือคนชอบดูซีรีส์ในห้องมืด จอ OLED ของรุ่น M4 ไม่มีปัญหาแสงฟุ้งรอบตัวหนังสือหรือภาพสีขาวบนพื้นหลังสีดำเข้ม สีสันภาพเลยดูสมจริงมีมิติยิ่งขึ้น
ถ้าต้องพกเครื่องไปพรีเซนต์งานให้ลูกค้าตามร้านอาหารกลางแจ้งบ่อย ๆ รุ่น M4 ช่วยให้อ่านตัวหนังสือและเช็กสีสันไฟล์รูปภาพได้ตรงตามจริง ไม่ต้องคอยเอามือบังแสงแดด
เทคโนโลยีหน้าจอ iPad Pro M2 เป็น Liquid Retina XDR (Mini-LED) ส่วน iPad Pro M4 เป็น Ultra Retina XDR (Tandem OLED)
ความสว่างทั่วไป (SDR) iPad Pro M2 อยู่ที่ 600 nits ส่วน iPad Pro M4 อยู่ที่ 1000 nits
ความสว่างสูงสุด (HDR) ทั้งสองรุ่นอยู่ที่ 1600 nits
เปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 ด้านชิปประมวลผล
การเปลี่ยนจากชิป M2 ไปชิป M4 เป็นการอัปเกรดสถาปัตยกรรมครั้งใหญ่ของ iPad Pro ช่วยยกระดับการทำงานขึ้นอีกขั้น ชิปทั้งสองรุ่นมีโครงสร้างฮาร์ดแวร์พื้นฐานต่างกัน มีผลเรื่องการจัดการพลังงานและความแรงในการประมวลผลแบบเต็มพิกัด
ลองเทียบโครงสร้างภายในดู ชิป M2 ผลิตด้วยเทคโนโลยี 5 นาโนเมตร ทำงานลื่นไหลรองรับทุกสายงาน ส่วนชิป M4 อัปเกรดเป็นสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมความสามารถใหม่หลายอย่าง ทั้งระบบขับเคลื่อนแสงเงาเสมือนจริงและเอนจินจัดการวิดีโอที่แรงขึ้น รองรับการสตรีมคอนเทนต์ความละเอียดสูงแบบไฟล์ AV1 ได้สบาย
ความแรง M4 เทียบกับ M2
ชิป M4 ใน iPad Pro รุ่นล่าสุดแรงกว่าชิป M2 ขึ้นอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยีการผลิต 3 นาโนเมตร ช่วยอัดแน่นทรานซิสเตอร์และเซฟพลังงานลงได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ในระดับการทำงานเท่ากัน
พอจับมาเปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 เรื่องความแรงประมวลผล จะเห็นว่าชิป M4 มี CPU ทำงานเร็วขึ้นถึง 1.5 เท่า พ่วงด้วย Neural Engine เจเนอเรชันใหม่ ประมวลผลคำสั่ง AI ได้ถึง 38 ล้านล้านครั้งต่อวินาที
ฝั่ง GPU ในชิป M4 มาพร้อมสถาปัตยกรรมใหม่แบบ Dynamic Caching พร้อมระบบประมวลผลแสงเงาฮาร์ดแวร์เรย์เทรซซิง เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่มีในชิป M2 ช่วยให้ภาพกราฟิกสมจริงมีมิติบนจอ Tandem OLED บนตัวเครื่องที่บางเพียง 5.1 มิลลิเมตร
สถาปัตยกรรมชิป ชิป M2 เป็น 5 นาโนเมตร ส่วนชิป M4 เป็น 3 นาโนเมตร
ความเร็วของ CPU ชิป M2 เป็นมาตรฐานเดิม ส่วนชิป M4 เร็วขึ้น 1.5 เท่า
ความเร็วการเรนเดอร์ GPU ชิป M2 เป็นมาตรฐานเดิม ส่วนชิป M4 เร็วขึ้นสูงสุด 4 เท่า
การประมวลผล NPU ชิป M2 อยู่ที่ 15.8 TOPS ส่วนชิป M4 อยู่ที่ 38 TOPS
ทดสอบใช้งานจริง ตัดต่อวิดีโอและเล่นเกม
iPad Pro M4 เรนเดอร์ไฟล์วิดีโอ 4K ProRes ความยาว 10 นาทีบนแอป LumaFusion ไวขึ้นกว่ารุ่น M2 ชัดเจน จัดการไฟล์ Raw พร้อมใส่เอฟเฟกต์ได้ราบรื่น ไม่สะดุด ชิปรุ่นใหม่ระบายความร้อนได้ดี ทำงานหนักกลางแจ้งต่อเนื่อง หน้าจอก็สว่างคงที่ไม่มีดรอป
ลองเทสต์กับเกมกราฟิกสูงอย่าง Genshin Impact เห็นความต่างชัดเจน ระบบ Ray Tracing บนชิป M4 ช่วยให้แสงเงากับเอฟเฟกต์น้ำดูสมจริง เฟรมเรตนิ่งกว่า ต่างจากรุ่น M2 ที่เริ่มมีอาการเฟรมดรอป และตัวเครื่องอุ่นขึ้นตอนเล่นต่อเนื่องเกิน 30 นาที
ตัดต่อวิดีโอ 4K ProRes iPad Pro M2 เรนเดอร์ลื่นไหล มีหน่วงเมื่อใส่เอฟเฟกต์ ส่วน iPad Pro M4 เรนเดอร์เสร็จไวกว่าเดิมชัดเจน
เล่นเกมกราฟิกสูง iPad Pro M2 เฟรมเรตเริ่มตก เครื่องอุ่นหลัง 20 นาที ส่วน iPad Pro M4 เฟรมเรตนิ่งกว่า ระบายความร้อนได้ดี
เปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 ด้านอุปกรณ์เสริมและกล้อง
เปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 ในมุมการใช้งานจริง จุดเปลี่ยนหลักอยู่ที่การปรับระบบกล้องและเปลี่ยนขั้วต่ออุปกรณ์เสริมเซ็ตใหม่ยกชุด
ดีไซน์ใหม่นี้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนทำงานยุคใหม่สายประชุมออนไลน์และชอบจดบันทึก ตามมาดูความต่างของตำแหน่งเลนส์และการจับคู่ปากการุ่นใหม่ในหัวข้อถัดไป
ตำแหน่งกล้องหน้าแนวนอน
iPad Pro M4 ย้ายกล้องหน้ามาไว้ตรงขอบแนวนอน เอาใจสายวิดีโอคอลและประชุมออนไลน์ให้ใช้งานสะดวกขึ้น จุดนี้เป็นข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดเวลาเปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 เพราะรุ่น M2 ยังวางกล้องหน้าไว้ขอบแนวตั้งฝั่งสั้น เวลาใช้งานแท็บเล็ตแนวนอน ภาพใบหน้าและสายตาจะดูเอียงไปด้านข้างตลอด
การปรับตำแหน่งใหม่ช่วยให้ระบบจัดกึ่งกลางภาพอัตโนมัติหรือ Center Stage ทำงานลื่นไหลขึ้นในแอปประชุมต่าง ๆ แถมยังปลดล็อกเครื่องผ่าน Face ID ได้ไวตอนตั้งใช้งานคู่กับคีย์บอร์ดบนโต๊ะทำงาน หมดปัญหานิ้วมือบังเซนเซอร์กล้องเวลาจับถือใช้งานจริง
iPad Pro M2 กล้องหน้าอยู่ขอบแนวตั้งด้านบน ประสบการณ์คือสายตาเอียงไปด้านข้างขณะประชุมออนไลน์
iPad Pro M4 กล้องหน้าอยู่ขอบแนวนอนตรงกลาง ประสบการณ์คือสบตากับคู่สนทนาได้ตรงหน้าจอพอดี
การรองรับ Apple Pencil Pro และ Magic Keyboard
iPad Pro M4 กับ M2 ใช้ไอเทมเสริมร่วมกันไม่ได้เลย เพราะปรับเปลี่ยนระบบชาร์จแม่เหล็กและทำตัวเครื่องบางลง คนใช้งานต้องเลือกซื้ออุปกรณ์ให้ตรงกับเจเนอเรชันของเครื่อง
การเปลี่ยนรอบนี้ทำเอาคนที่อัปเกรดจากรุ่นชิป M2 ไปเป็น M4 ต้องหันมาจับคู่กับ Apple Pencil Pro และคีย์บอร์ดดีไซน์ใหม่ยกเซ็ต ใครเน้นวาดภาพสายโปรบนแอป Procreate หรืออยากได้ฟีลลิ่งแป้นพิมพ์สัมผัสสไตล์ MacBook การขยับไปจัดเซ็ต M4 คู่กับไอเทมเสริมรุ่นล่าสุดช่วยดึงประสิทธิภาพการทำงานออกมาได้เต็มที่
Apple Pencil iPad Pro M2 ใช้ Apple Pencil รุ่นที่ 2 หรือรุ่น USB-C ส่วน iPad Pro M4 ใช้ Apple Pencil Pro หรือรุ่น USB-C
Magic Keyboard iPad Pro M2 ใช้รุ่นดั้งเดิม ส่วน iPad Pro M4 ใช้อะลูมิเนียมน้ำหนักเบา
เปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 รุ่นไหนคุ้มกว่ากัน
มี M2 อยู่แล้ว ควรอัปเกรดเป็น M4 ไหม ?
ใครใช้งานเบา ๆ เน้นจดโน้ตหรือทำเอกสารรายวัน อัปเกรดจาก iPad Pro M2 เป็น M4 ยังไม่ถึงกับต้องรีบเปลี่ยน ลองจับมา เปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 ด้านความแรงประมวลผลพื้นฐาน ชิป M2 ยังแรงเพียงพอ รองรับแอปพลิเคชันยุคนี้ได้สบาย จะทำงานกราฟิกหรือเล่นเกมสเปกสูงก็ลื่นไหลไม่มีสะดุด
แนะนำให้ขยับไปเล่นรุ่น M4 เฉพาะคนที่มีไลฟ์สไตล์การทำงานเข้าข่ายตามนี้เลย
อยากได้หน้าจอ Tandem OLED แสดงสีดำสนิท สว่างสู้แสงแดดเก่ง ช่วยแต่งสีภาพได้เป๊ะขึ้น
อยากได้เครื่องน้ำหนักเบา ด้วยตัวเครื่องบางเพียง 5.1 มิลลิเมตร พกออกไปทำงานข้างนอกสะดวก
ต้องใช้ฟีเจอร์บีบและหมุนของ Apple Pencil Pro ช่วยเพิ่มมิติการวาดรูปบนแอป Procreate ได้ไวขึ้น
ส่วนงานประมวลผลหนักหน่วงแนวเรนเดอร์โมเดลสามมิติในแอป Shapr3D หรือตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูงในแอป DaVinci Resolve จะเสร็จไวขึ้นชัดเจน คนทำงานสายโปรดักชันที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา จะได้ประโยชน์เต็มที่จากการอัปเกรดเครื่องและไอเทมเสริมชุดใหม่ครั้งนี้
เลือกอะไรดี M4 มือหนึ่ง หรือ M2 มือสอง
การเลือกซื้อระหว่าง iPad Pro M4 มือหนึ่ง หรือ M2 มือสอง ขึ้นอยู่กับงบประมาณและลักษณะการใช้งานจริงของแต่ละบุคคลเป็นหลัก หากเน้นความคุ้มค่าเพื่อการใช้งานทั่วไป ชิป M2 มือสอง ยังมีความแรงเพียงพอสำหรับการทำงานในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าต้องการเครื่องที่มีเทคโนโลยีหน้าจอที่ดีกว่าและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ การอัปเกรดไปใช้ M4 มือหนึ่ง จะตอบโจทย์ในระยะยาวมากกว่า
เมื่อเปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 สถาปนิกหรือนักตัดต่อวิดีโอที่ต้องพกเครื่องไปดีลงานข้างนอกบ่อย จะชอบตัวเครื่อง M4 ที่บางเบาเหลือ 5.1 มิลลิเมตร ฝั่งนักเรียนและคนทำงานออฟฟิศเน้นจดโน้ตสรุปงานหรือเปิดอ่านไฟล์ PDF ทั่วไป จัดรุ่น M2 มือสองมาใช้งานก็ช่วยประหยัดเงินไปได้หลายพันบาท
งบประมาณและการรับประกัน iPad Pro M2 มือสองประหยัดงบได้มากกว่า เหมาะกับผู้เริ่มต้น ส่วน iPad Pro M4 มือหนึ่งราคาสูงกว่า แต่ได้ประกันศูนย์เริ่มต้น 1 ปี
เทคโนโลยีหน้าจอ iPad Pro M2 มือสองเป็นจอภาพมาตรฐานเดิม รองรับงานทั่วไป ส่วน iPad Pro M4 มือหนึ่งเป็นจอ Tandem OLED สว่างสู้แสงดีเยี่ยม
สรุป
เปรียบเทียบ iPad Pro M2 กับ M4 เห็นความต่างชัดเจนเรื่องหน้าจอ Tandem OLED ที่ดำสนิทและสู้แสงได้ถึง 1000 nits พร้อมชิป M4 สถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร ทำให้ CPU ประมวลผลไวขึ้น 1.5 เท่า รุ่นใหม่ยังย้ายกล้องหน้ามาไว้ขอบแนวนอน ทำให้ประชุมออนไลน์ดูเป็นธรรมชาติกว่ากล้องแนวตั้งแบบเดิม
ถ้าเน้นงานเอกสารทั่วไป ชิป M2 มือสองยังรองรับได้สบายและช่วยประหยัดเงินไปได้มาก แต่สายกราฟิกที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ขยับไปจัดรุ่น M4 คือการลงทุนระยะยาวที่น่าสนใจ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เลือกแท็บเล็ตที่เข้ากับสไตล์การทำงานได้ลงตัว
ที่มา : Ufriend Team / Ufriend.Shop